สถานที่ภายในวัด (เขตของโยม)

ศาลาอเนกประสงค์ :
เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างใช้สำหรับ  แสดงธรรม และเป็นที่สำหรับถวายอาหารพระ นอกจากนั้น ยังใช้เป็นที่สำหรับให้โยมพัก โดยสามารถพักได้ทั้ง 2 ชั้น  นอกจากนั้นบริเวณชั้นล่างยังมีสื่อธรรมะเช่น วีซีดี, หนังสือ ไว้สำหรับแจกจ่ายแก่ผู้สนใจ และทางวัดยังมีพระไตรปิฎก ให้ท่านได้ศึกษาอีกด้วย

โรงครัว :
ใช้สำหรับประกอบอาหาร  และเป็นที่สำหรับผู้ที่มาวัด
รับประทาน อาหาร มีน้ำร้อนและเครื่องดื่มไว้บริการ
ผู้ที่รับประทานอาหาร ต้องทำความสะอาด ภาชนะของตนเอง
ด้วยทุกครั้ง ท่านสามารถประกอบอาหารทานเองได้ 
และในกรณี ที่มาเป็นหมู่คณะใหญ่ การซื้ออาหารสด เพื่อมาประกอบอาหาร สำหรับหมู่คณะของท่านย่อมเป็นความสะดวก

ศาลาเอนกประสงค์(ชั้นบน) :
ประกอบด้วยพื้นไม้ 2 ระดับ สำหรับผู้ที่มาเยือน อนุญาตให้ท่านพักที่บริเวณนี้ได้ โดยจะต้องดูแลทำความสะอาดพื้นที่ด้วยตนเอง

ศาลาเอนกประสงค์(ชั้นล่าง) :
ประกอบด้วยพื้น 2 ระดับ โดยส่วนแรก(พื้นไม้) เป็นส่วนสำหรับพระแสดงธรรมและถวายอาหาร ส่วนที่สองเป็นลานอเนกประสงค์ สำหรับฆาราวาสพักอาศัย ฟังธรรม และกิจกรรมทั่วไป ข้อที่สำคัญคือบริเวณศาลาทั้งหลังนี้ ห้ามมานั่งสมาธิ และสื่อธรรมที่วางไว้(แจก) ท่านสามารถนำกลับไปได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ยกเว้นพระไตรปิฏกในตู้ ท่านสามารถหยิบมาอ่านได้ แต่เมื่อเสร็จแล้ว กรุณาเก็บใส่ไว้ในที่เดิม
ศาลาไม้ :
ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ห่างจากศาลาใหญ่ประมาณ สามร้อยเมตร ชั้นล่างเทปูนยกพื้น ส่วนชั้นบนเป็นอาคารไม้ ปัจจุบันใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มาเยือน ท่านสามารถเข้าพักได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต บริเวณศาลาไม้นี้ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่านต้องเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างมาด้วยตนเอง และไม่มีอุปกรณ์การนอน ดังนั้นผู้ที่มาพักที่ศาลาไม้นี้ ควรจะมีอุปกรณ์การนอนมาด้วย เช่น เต้นท์ มุ้ง หมอน ผ้่าห่ม โดยอากาศบริเวณวัด ซึ่งเป็นยอดเขา มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี และที่สำคัญที่สุด ในบริเวณวัดทุกจุด ห้ามเปิดเครื่องขยายเสียง ทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่นโดยรวม
บริเวณก่อสร้างที่พักโยม :

บริเวณนี้กำหนดไว้สำหรับจัดทำที่พักสำหรับญาติโยม ที่จะขึ้นไปพักบนวัด ปัจจุบันมีศาลาอเนกประสงค์เพียงหลังเดียว สำหรับใช้เป็นที่แสดงธรรมและเป็นที่พักโยมด้วย ทำให้ผู้ขึ้นไปวัด ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ดังนั้นคณะวัดสามแยกจึงอนุญาตให้ผู้มีจิตศรัทธาดำเนินการจัดสร้างอาคารที่พักได้ ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยจัดทำเป็นบ้านดินขนาดปานกลางจำนวน 6 หลัง และศาลาดินขนาดใหญ่ 1 หลัง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้
ประกาศจากหลวงปู่ถึงผู้ที่เป็นศิษย์รักทั้งหลาย

สถานที่ภายในวัด (เขตพระ)
ต้องขออนุญาตก่อนเข้า
โรงน้ำร้อน : เป็นอาคารหลังแรกที่เห็นเมื่อเข้าเขตพระ ลักษณะเป็นอาคารเทปูนไม่กั้นฝาหนึ่งชั้น ใช้เป็นที่ประชุมของพระ และใช้เป็นที่สำหรับฉันน้ำร้อน น้ำปานะ ในช่วงบ่ายๆ บางทียังใช้เป็นที่แสดงธรรมสำหรับสอนพระและคนวัด นอกจากนั้นยังใช้เป็นที่อาบน้ำสำหรับพระอีกด้วย ดังนั้นโยมผู้หญิงไม่ควรเดินลงมายังศาลานี้ก่อนได้รับอนุญาต กรณีมีข้อธุระกับพระ ให้แจ้งกับคนวัด หรือให้โยมผู้ชายเป็นผู้ลงมาตามหาพระเท่านั้น
ห้องปฏิบัติการสื่อธรรม : เป็นอาคารหลังที่ 2 ที่ได้พบ อยู่ถัดลงมาจากโรงน้ำร้อนเล็กน้อย ใช้เป็นสถานที่ผลิตสื่อธรรมะของวัดสามแยก เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ที่เดินทางที่วัด ประกอบด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ Internet ผ่านดาวเทียม เพื่อใช้สำหรับตอบปัญหาแก่ผู้ที่สนใจศึกษาในเวป เพื่อที่เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ หรือต้องเดินทางขึ้นวัดเพื่อมาสอบถามปัญหา

เขตพระ(ชั้นในและเขตป่า)
ต้องขออนุญาตก่อนเข้า
เขตพระ(ชั้นในและเขตป่า) : อยู่ถัดจากศาลาสื่อธรรมะ ลักษณะเป็นทางลาด ทอดลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง สองข้างทางเป็นป่าโปร่ง สลับกับป่าไผ่ ตามเส้นทางมีทางแยกโดยตลอดมุ่งไปสู่ที่พักสงฆ์ ที่ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ชายป่า โดยในเขตสงฆ์นี้ ไม่ได้มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าไว้ ไม่ว่าไฟฟ้าเพื่อการส่องสว่าง หรือไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ มีสภาพเงียบสงัดเหมาะแก่การภาวนา

ช่องทางเดินลงไปในเขตนี้ สองข้างทางเต็มไปด้วยใบไม้เกลื่อนกลาด มีเฉพาะช่องทางสำหรับเดินเ้ท้าเท่านั้น กุฏิแต่ละหลังตั้งแยกออกจากกัน ดังนั้นเมื่อยืนอยู่ที่กุฏิหลังใดหลังหนึ่ง จึงไม่สามารถมองเห็นกุฏิหลังอื่นใด มองเห็นได้แต่เฉพาะป่าโดยรอบเท่านั้น


ลักษณะที่ตั้งของวัดโดยรวม : บริเวณที่ตั้งของศาลาอเนกประสงค์นั้นอยู่ที่สูงสุดของเนินเขา เป็นบริเวณที่รถเข้าถึง ส่วนเขตพระแล้ว มีลักษณะทอดลงสู่เนินเขาเบื้องล่าง มีป่าทึบ สลับกับป่าโปร่ง และป่าไผ่โดยตลอด เส้นทางเดินคดเคี้ยว แต่ละจุดของกุฎิพระนั้น ห่างไกลกันมาก ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของป่า ไม่สามารถมองเห็นกันได้ ดังนั้นถ้าท่านมีโอกาสลงไปเยี่ยมชมทัศนียภาพในป่าส่วนนี้ ควรสังเกตุและจดจำสภาพเส้นทางให้ดี ไม่ควรเดินลงไปคนเดียว ควรลงไปเป็นหมู่คณะ ระมัดระวังในเรื่องเสียงที่จะดังไปรบกวนพระที่ภาวนาอยู่ในป่า
เวปสามแยก.คอม @ พุทธศักราช ๒๕๕๑

ประวัติความเป็นมาโดยย่อของวัดสามแยก

     ประมาณพ.ศ.2536 หลวงปู่เฉลิม ธมฺมธโร ได้มาดำเนินงานโครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติ
ณ บริเวณหมู่บ้านดงคล้อ – บ้านห้วยยางทอง ขึ้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ที่ถูกทำลาย และเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาพระธรรมของผู้สนใจทั่วไป
     การดำเนินงานโครงการปลูกป่าฯ นี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายๆฝ่ายเช่น หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน แห่งวัดป่าบ้านตาด รวมทั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  และได้รับบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธาในโครงการฯ ทั่วๆไปด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน)  ได้สนับสนุน
งบประมาณในการดำเนินงานของโครงการเพิ่มเติมด้วย

     ในการดำเนินงานโครงการฯ นั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยแรงงานจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อทำการแผ้วถางพื้นที่ – ปลูกกล้าไม้ – ป้องกันไฟป่า   ฯลฯ  
ฉะนั้น เมื่อหลวงปู่เฉลิม ธมฺมธโร ได้ทราบว่า หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล ได้พักอาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยยางทอง   
ซึ่งชาวบ้านก็ได้ให้ความเคารพเลื่อมใสในตัวท่านหลวงปู่เกษมอยู่บ้าง หลวงปู่เฉลิม จึงได้ชักชวนหลวงปู่เกษม ให้มาช่วยกันทำงานในโครงการปลูกป่าฯ  ด้วยกัน

     ต่อมา เมื่อ พ.ศ.2542 โครงการปลูกป่าฯ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาดีแล้ว  ประกอบกับทางวัดป่าภูแปก บ้านกกบก ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จ.เลย
ที่หลวงปู่เฉลิมเคยอยู่ปกครองมาก่อน ขาดพระเถระที่จะอยู่อบรมธรรมะให้กับชาวบ้าน และชาวบ้านภูแปกเองก็ต้องการให้หลวงปู่เฉลิม
กลับไปจำพรรษาที่วัดป่าภูแปกด้วย
   
เมื่อออกพรรษา พ.ศ. 2542 หลวงปู่เฉลิมจึงได้เดินทางไปอยู่อบรมชาวบ้าน ที่วัดป่าภูแปกเหมือนเดิม

     โดยภาระต่างๆ ของวัดสามแยกทั้งหมด   หลวงปู่เกษม   อาจิณฺณสีโล    รับภาระในการดูแลรับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้   
และวัดสามแยกนี้ขึ้นกับ หมู่บ้านห้วยยางทอง หมู่  9 ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว     จังหวัดเพชรบูรณ์

ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล ได้มาพำนักอยู่ใกล้หมู่บ้านนั้น ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2533 และเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2537  
จึงได้ขึ้นมาช่วยงานหลวงปู่เฉลิมบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้  เพราะฉะนั้นวัดสามแยกจึงได้ขึ้นบัญชีวัดกับหมู่บ้านห้วยยางทอง
และชาวบ้านห้วยยางทองก็เป็นผู้อุปถัมภ์วัดสามแยกมาอย่างมั่นคง ตั้งแต่วันที่ 31  ธ.ค.2533 มาจนถึงบัดนี้


        เมื่อก่อนนั้นวัดสามแยกนี้คนทั้งหลายจะรู้จักกันในนามว่า “สำนักสงฆ์ห้วยผึ้ง” แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็น “วัดสามแยก”
เพราะว่ามีหมู่บ้านชื่อว่าสามแยก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดเท่าใดนัก เพราะฉะนั้นคนทั้งหลาย จึงเรียกชื่อสำนักสงฆ์ไปตามชื่อหมู่บ้าน
ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนั้น ทางสำนักสงฆ์จึงได้อนุโลมเรียกไปตามชื่อที่คนทั้งหลายเรียกกัน แต่ตามความเป็นจริงแล้ว หมู่บ้านสามแยกนั้น
ถือกันว่าเป็นคุ้มสามแยก เพราะในขณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านดงคล้อ เอกสารทางราชการ ของคนหมู่บ้านสามแยก จึงขึ้นกับหมู่บ้านดงคล้อทั้งหมด
 
          สำหรับพื้นที่ของวัดสามแยกจากเดิมที่มีพื้นที่ประมาณ 2,735 ไร่ บัดนี้ มีผู้แลกสิทธิที่ดินของชาวบ้านถวายเพิ่มขึ้นอีกเพื่อปลูกป่า
เป็นพื้นที่ประมาณ 600  ไร่ และจะดูความเหมาะสมในการพิจารณา รับพื้นที่เพื่อปลูกป่าต่อไปอีกในอนาคต

เพราะฉะนั้นพื้นที่ปลูกป่าของวัดสามแยกจึงยังไม่แน่นอน แต่พื้นที่ทั้งหมดเมื่อปลูกป่าแล้ว ก็คือการคืนให้กรมป่าไม้ไปพร้อมแล้ว


ประกาศวัด และเรื่องที่ควรทราบ




กติกาของกระดานธรรมวัดป่าสามแยก

ผู้ตั้งคำถามต้องแสดงชื่อ-สกุลจริงเท่านั้น
และกรุณาสมัครสมาชิกก่อน

  อ่านข้อตกลงและกติกาทั้งหมดที่นี่ !